"ฉัน" ในภาษาญี่ปุ่น

PUBLISHED ON
Student feeling burnout while studying at a desk

ภาษาไทยถือว่าเป็นภาษาที่มีสรรพนามหลากหลายระดับมากเลยนะคะ แต่อีกหนึ่งภาษาที่มีสรรพนามเยอะไม่แพ้กันก็คือญี่ปุ่นค่ะ วันนี้เราจะไปรู้จักคำว่า "ฉัน" ในภาษาญี่ปุ่นแต่ละคำกันค่ะ โดยแต่ละคำจะให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะสะท้อนถึงมุมมองที่ผู้พูดมีต่อตนเอง รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังด้วยด้วยค่ะ

 


 

♦ 私(わたし)
ถือว่าเป็นคำมาตรฐานและใช้ได้ทุกเพศ สำหรับพูดว่า “ฉัน” และเป็นคำแรก ๆ ที่ผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นมักได้เรียนค่ะ ถ้าเกิดว่าไม่แน่ใจว่าควรใช้คำแทนตัวเองคำไหนดี ก็สามารถใช้ 私(わたし)ได้เลย ถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ

 

 

♦ 私(わたくし)
ใช้คันจิตัวเดียวกับ 私 (わたし) และจริง ๆ แล้ว私 (わたし) เป็นรูปย่อมาจาก 私 (わたくし) นั่นเอง 私(わたくし)เป็นคำแทนตัวเองที่มีความสุภาพและเป็นทางการมากค่ะ มักได้ยินจากนักการเมือง ผู้บริหาร หรือบุคคลที่ต้องออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เช่น ในการกล่าวสุนทรพจน์หรือประกาศอย่างเป็นทางการ

 

 

♦ 僕 (ぼく)
เป็นคำแทนตัวเองที่ให้ความรู้สึก "ผู้ชายแบบนุ่มนวล ๆ " หรือดูไม่แข็งกระด้างจนเกินไป เดิมคำว่า 僕(ぼく) มีความหมายประมาณว่า “คนรับใช้ชาย” จึงมีนัยของการวางตัวอย่างถ่อมตนต่ออีกฝ่ายอยู่ด้วย เมื่อเทียบกับ 私(わたし)แล้ว 僕(ぼく)ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและไม่เป็นทางการมากกว่าค่ะ ดังนั้นควรระวังเมื่อนำไปใช้กับคนแปลกหน้า ผู้มีอำนาจเหนือกว่า หรือเพื่อนร่วมงานในสถานการณ์ที่เป็นทางการด้วยนะ

 

 

♦ 俺(おれ)
ถ้า 僕(ぼく)เป็นคำแทนตัวเองแบบ “ผู้ชายที่ดูนุ่มนวล” แต่ 俺(おれ)ก็เรียกได้ว่าเป็นคำแบบ “ผู้ชายแมน ๆ / แข็งกว่า” ค่ะ เป็นคำที่มักใช้โดยผู้ชายที่มีบุคลิกดู มั่นใจ แข็งแรง หรือเป็นกันเองแบบผู้ชาย ๆ และแทบจะไม่ใช้คู่กับรูปประโยคสุภาพมากนักค่ะ

แต่ว่า 俺(おれ)ไม่ได้แปลว่า “หยาบ” เสมอไป ถึงแม้ 俺(おれ)จะไม่ใช่คำสุภาพ แต่การบอกว่าเป็นคำ “หยาบ” ไปเลยก็อาจจะยังไม่ขนาดนั้นค่ะ  เพราะว่า 俺(おれ)สามารถสื่อถึง ความสนิทสนม ได้ด้วย เช่น สนิทกัน ไม่จำเป็นต้องพูดสุภาพต่อกันก็ได้ ดังนั้นจึงเป็นคำที่พบได้บ่อยมากในกลุ่มเพื่อนผู้ชาย โดยเฉพาะเวลาคุยกันแบบสบาย ๆ แต่ในที่ทำงานหรือสถานการณ์เป็นทางการ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำนี้นะคะ

 

 

♦ あたし
เป็นคำแบบไม่เป็นทางการและมีความเป็นผู้หญิง ของคำว่า 私(わたし)จะให้ความรู้สึก น่ารัก เป็นกันเอง และดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นเมื่อเทียบกับ 私(わたし)แล้ว あたし จะฟังดูสบาย ๆ และมีความเป็นกันเองมากกว่า คำว่า あたし มักให้ภาพของผู้หญิงที่พูดแบบเป็นธรรมชาติ เป็นกันเอง หรือมีบุคลิกน่ารัก ๆ ค่ะ โดยทั่วไปแล้ว あたしไม่มีรูปคันจิที่ใช้เป็นของตัวเอง มักจะเขียนเป็น「あたし」「アタシ」

 

 

♦ 内(うち)
เป็นอีกคำหนึ่งที่ใช้แทนคำว่า “ฉัน” ถ้าใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นไปได้สักพักก็พบจะว่า คนญี่ปุ่นใช้กันบ่อยกว่าที่คิดค่ะ คำว่า 内(うち) เดิมมีความหมายว่า “ข้างใน / ภายใน” เมื่อใช้ うち แทน “ฉัน” จะเป็นภาษาพูดแบบ ไม่เป็นทางการ และ ไม่ได้สื่อว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงโดยเฉพาะค่ะ

うち เป็นคำที่ผู้หญิงสามารถใช้ได้ หากต้องการพูดแทนตัวเองแบบเป็นกันเอง แต่ไม่อยากให้ดู น่ารักหรือหวานแบบ あたし ค่ะ

 

 

♦ こちら/こっち
こちら (Kochira) และ こっち (Kocchi) เป็นอีกหนึ่งคำที่ใช้แทนคำว่า “ฉัน / ทางเรา...” ได้ค่ะ และเป็นคำที่ค่อนข้างยืดหยุ่นเวลาใช้ เดิมคำว่า こちら มีความหมายว่า “ทางนี้ / ด้านนี้”

แม้ว่า こっち จะเป็นรูปย่อของ こちら แต่ระดับความสุภาพของสองคำนี้ แตกต่างกันค่อนข้างมาก

 

► こちら(Kochira)

こちら ไม่ได้ระบุจำนวนชัดเจน จึงสามารถใช้หมายถึง “เรา / ทางเรา” ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปคำ และเป็นรูปที่ สุภาพและเป็นทางการมาก มักพบในสถานการณ์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะ การพูดคุยทางโทรศัพท์ เช่น

• こちらは〇〇会社の田中です。
ทางนี้คือคุณทานากะจากบริษัท ○○ ครับ/ค่ะ

 

► こっち(Kocchi)

เป็นรูปที่ ไม่เป็นทางการมากกว่า และมักใช้ระหว่างเพื่อนหรือคนสนิทค่ะ

• こっちは大丈夫だよ。
ทางนี้ไม่เป็นไรนะ / ฝั่งฉันโอเค

แต่ข้อดีของ こっち ก็คือค่อนข้าง เป็นกลาง ไม่ได้บอกว่าผู้พูดมีสถานะสูงหรือต่ำกว่าอีกฝ่าย เพียงแต่ยังสื่อถึงระดับความสนิทหรือระยะห่างทางสังคมอยู่ค่ะ

และ そちら/そっち สามารถใช้หมายถึง “คุณ / ทางคุณ / ฝั่งคุณ” ได้เช่นกันนะคะ เช่น

• そっちはどう?
แล้วทางเธอล่ะ? / แล้วฝั่งเธอเป็นยังไงบ้าง?

 

 

♦ 我(われ)
เป็นคำที่ใช้แทน “ฉัน” ได้ แต่ในปัจจุบัน พบในรูป「我々(われわれ)」ที่หมายถึง “พวกเรา” มากกว่า ส่วน 我(われ) ที่ใช้หมายถึง “ฉัน” เพียงคนเดียว ค่อนข้างพบได้น้อย แต่ก็ยังมีการใช้อยู่

คำนี้ยังถือเป็นหนึ่งในคำแทนตัวเองที่ เข้าใจยากและมีความหมายหลากหลาย เพราะขึ้นอยู่กับบริบทว่าใช้แบบไหน โทนวรรณกรรม บทพูดตัวละคร หรือบริบทเฉพาะมากกว่าค่ะ นอกจากหมายถึง “ฉัน” แล้ว 我 ยังสามารถหมายถึง ตัวเรา / ตัวตนของคน ๆ หนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึงผู้พูด
“คุณ” ได้ด้วย แต่การใช้ในความหมายนี้ค่อนข้างเก่าและพบได้น้อยมากในปัจจุบันด้วย ให้ความรู้สึกประมาณว่า สุขุม มีภูมิรู้ ดูเหมือนนักปราชญ์หรือผู้เฒ่าที่กำลังกล่าวข้อคิดบางอย่าง อย่างหนักแน่นและชัดเจนค่ะ เช่น

• 我、思う。
ข้าพเจ้าคิดว่า...

• 我は〜
“ข้านั้น...” / “ตัวข้า...”

• 我々(われわれ)
= พวกเรา / เราทั้งหลาย

 

 

♦ わし
เป็นรูปย่ออีกขั้นหนึ่งของคำว่า Watashi(わたし) โดยในภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันมักใช้แทนตัวเองโดย ผู้ชายสูงวัย หรือผู้ชายที่มีลักษณะการพูดแบบลากเสียง/พูดไม่ชัดเป็นพิเศษ คำนี้จึงให้ภาพลักษณ์ค่อนข้างชัดว่าเป็น “คุณลุง / คุณตา / ชายสูงวัย” มากกว่าจะเป็นคำแทนตัวเองทั่วไปค่ะ

ถ้าอยู่แถบคันไซ คำว่า わし ยังสามารถย่อได้อีกเป็น わい (Wai)ได้ด้วยค่ะ

 

ใช้ชื่อตัวเองแทนคำว่า “ฉัน”

สามารถใช้ชื่อตัวเองแทนคำว่า “ฉัน” ได้ พูดง่าย ๆ คือ เป็นการพูดถึงตัวเองในลักษณะ บุรุษที่สาม (third person) แทนที่จะใช้คำว่า 私・僕・俺 เป็นต้นค่ะ เช่น

 

ถ้าชื่อ あい (ไอ/ไอจัง) ก็อาจพูดว่า
• あいはこれが好き!
ไอชอบอันนี้!

 

แทน
• 私はこれが好き!
ฉันชอบอันนี้!

 

แต่จุดที่ควรระวังก็คือ พูดแบบนี้มักถูกมองว่า ดูเด็กหรือเหมือนเด็กเล็กพูด โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้ใหญ่ใช้ จึงไม่ค่อยแนะนำให้ใช้เองในชีวิตประจำวัน แต่ก็ควรรู้ไว้ เพราะบางครั้งเราอาจได้ยินคนญี่ปุ่นพูดถึงตัวเองด้วยชื่อตัวเอง โดยเฉพาะ เด็ก ๆ หรือคนที่ตั้งใจพูดให้ดูน่ารักค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม ชื่อของตัวเอง + は ก็สามารถใช้ได้นะคะ ปรับใช้ได้ตามบริบท  แต่สำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น ใช้ 私(わたし)/ 僕(ぼく)/ 俺(おれ) ตามบริบทจะดูปลอดภัย เป็นคำทั่วไป และเป็นธรรมชาติกว่าค่ะ

 

 


 

 

 

 

เกี่ยวกับเรา

I Love Japan School เป็นโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์ ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการในการพัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่น สะดวกสำหรับนักเรียน เพราะนักเรียนสามารถเลือกเรียนในเวลาที่ตนเองสะดวกได้

แบ่งปันกับเรา

ติดต่อเรา

  • เลขที่ 61/7 อาคารพาร์คเพลินจิต (ชั้น 1) ซอยสุขุมวิท 1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110